ตัวอย่างโปรแกรมสำหรับการลดน้ำหนัก - โปรแกรมอาหารสำหรับแต่ละคน
ลองนึกดูว่าหากเราจะต้องเตรียมอาหารเองเพื่อควบคุมน้ำหนักในขณะที่ภาระงานมีมากมาย และอาหารที่เราเตรียมจะต้องรับประทานกันหลายคน จึงมีผู้คิดวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้
Jenny Craig ได้ทำอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งซึ่งคำนวนปริมาณพลังานไว้อย่างเพียงพอ รวมทั้งโปรตีนและวิตามิน นอกจากนั้นยังมีคำแนะนำให้ควบคุมน้ำหนักอย่างถาวรโดยการออกกำลังกาย ลดความเครียด
NutriSystem. เป็นการทำอาหารสำเร็จรูปส่งตามบ้านโดยการคิดราคาต่อสัปดาห์ อาหารที่เตรียมจะเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำ มีไขมันต่ำ
อาหารเสริมลดน้ำหนัก
The Atkins diet คุณ Robert Atkins, M.D เป็นผู้ที่คิดค้นอาหารสูตรนี้โดยมีหลักการที่ว่าอาหารพวกแป้ง(คาร์โบไฮเดรต์) จะเป็นตัวกระตุ้นให้หลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ดังนั้นอาหารของเขาจะประกอบไปด้วยแป้ง 20-40 กรัมอาหารอื่นรับประทานได้ตามปกติ เมื่อเราใช้พลังงานร่างกายมีแป้งน้อยจึงละลายโปรตีนและไขมันมาใช้ ของเสียที่เกิดจากการละลายไขมันคือคีโตน สารนี้จะทำให้เบื่ออาหาร และคลื่นไส้อาเจียน ในชั่งแรกน้ำหนักจะลดลง แต่หลังจากหนึ่งปีขึ้นไปจะไม่แตกต่างกัน ผลต่อสุขภาพในระยะยาวไม่ทราบแต่คิดว่าน่าจะเสี่ยงต่อสุขภาพ
The Zone. คุณ Barry Sears, Ph.D ได้คิดสูตรอาหารสำหรับลดน้ำหนักโดยมีอัตราส่วนของอาหารดังนี้ carbohydrate-to-protein อัตราส่วน 4-ต่อ 3 โดยมีแป้ง 40 % โปรตีน 30 % และไขมัน 30 %เขาเชื่อว่าสูตรอาหารนี้จะทำให้ร่างกายเราใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ ไม่หิว
South Beach Diet หลักการจะเหมือน The Atkins diet แต่หลังจากอาทิตย์ที่สองจะคุมพวกน้ำตาล และอนุญาติให้รับประทานพวกธัญพืช
Grapefruit diet หลักการให้รับประทานองุ่นประมาณครึ่หนึ่งก่อนอาหารทุกมื้อเชื่อว่าองุ่นมีเอ็นไซม์ช่วยสลายไขมัน หากรับประทานติดต่อกันต้องระวังการขาดวิตามิน โปรตีน เกลือแร่ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ
Showing posts with label South Beach Diet Thai. Show all posts
Showing posts with label South Beach Diet Thai. Show all posts
05 October 2007
ลดน้ำหนักแบบ Low-carb
ลดน้ำหนักแบบ Low-carb
หลักการลดน้ำหนัก คือการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย พูดง่าย แต่หลายคนบอกว่า ทำยาก ดังนั้นคนอ้วนใจร้อนจึงมองหาวิธีที่ไปถึงจุดหมายได้เร็วที่สุด
ตำราลดน้ำหนักที่ขายดิบขายดีในช่วงหลายปีมานี้ คือตำราว่าด้วยเรื่องอาหารโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า อาหาร Low-carb เช่น “Dr. Atkins’ New Diet Revolution” ของ ดร.โรเบิร์ต แอตกินส์ และ “South Beach Diet” ของ ดร.อาร์เธอร์ อากัตสตัน
อาหาร Low-carb สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศมีวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตบ้างแล้ว ก่อนจะซื้ออย่าลืมอ่านฉลากให้ดี เพราะคาร์โบไฮเดรตต่ำจริง แต่บางอย่างไขมันสูงกว่าอาหารทั่วไปเสียอีก
สูตรของ Atkins ที่ออกมาตอนแรก ให้กินไขมันได้ไม่จำกัด จนกระทั่งโดนโจมตีหนักเข้า จึงยอมปรับสูตรให้กินไขมันน้อยลงหน่อย
อาหารโปรตีนสูงที่ตามตำราให้กินได้ไม่จำกัด ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งไข่ ส่วนอาหารคาร์โบไฮเดรตที่ต้องจำกัด คือ ข้าว แป้ง น้ำตาล รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรตที่ดีอย่างผัก ผลไม้ ธัญพืช รวมทั้งนมด้วย
ปกติร่างกายจะเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเพื่อใช้เป็นพลังงาน การจำกัดคาร์โบไฮเดรต ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ร่างกายจึงต้องดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทน
การสลายไขมันทำให้กรดไขมันในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น และมีการสร้างสารคีโตนออกมามาก สารคีโตนในเลือดจะยับยั้งความอยากอาหาร จึงทำให้กินอาหารได้น้อยลง แม้วิธีนี้จะทำให้น้ำหนักลดลงได้จริง แต่ผลข้างเคียงของการมีสารคีโตนมากๆ ก็คือ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ แถมลมหายใจยังมีกลิ่นทะแม่งๆ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคัดค้านการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ โดยบอกว่าเป็นวิธีที่ไม่ปลอดภัยในระยะยาว อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ดังนี้
อาหาร Low-carb สำเร็จรูป
1.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ
อาหารโปรตีนสูง โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์จะมีกรดไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง แถมยังมีใยอาหารต่ำ กากใยอาหารที่ช่วยพาคอเลสเตอรอลออกจากร่างกายจึงไม่มี นอกจากนี้ การกินเนื้อสัตว์มากยังทำให้ระดับโฮโมซีสเตอีนและธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากขึ้น ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนั้นเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ
2.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
อาหารประเภทผัก ผลไม้ ถั่ว เมล็ดธัญพืช มีกากใยสูง และยังมีวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวก่อมะเร็ง รวมทั้งยังมีไขมันต่ำ การจำกัดอาหารเหล่านี้ และหันไปกินอาหารโปรตีนสูง นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งแล้ว ยังทำให้ท้องผูกอีกด้วย
3.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเกาต์
อาหารที่มีโปรตีนสูง มักมีสารพิวรีนสูง ซึ่งจะถูกสลายเป็นกรดยูริกในร่างกาย หากร่างกายมีกรดยูริกสูง ก็จะนำไปสู่โรคเก๊าต์ได้
4.ความดันโลหิตสูงขึ้น
อาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เป็นอาหารที่ช่วยลดความดันโลหิต เนื่องจากมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ส่วนอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ นอกจากจะไม่มีแร่ธาตุดังกล่าวแล้ว ยังมักไม่จำกัดปริมาณเกลือ ทำให้ความดันสูงขึ้นได้
5.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุน
การกินอาหารโปรตีนสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์จะทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมในปัสสาวะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้
6.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นนิ่วในไต
อาหารโปรตีนสูงมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการตกตะกอนของกรดยูริกและแคลเซียมออกซาเลต ทำให้เกิดนิ่วในไตได้
7.หากกินแต่อาหารโปรตีนสูงโดยไม่มีคาร์โบไฮเดรตเอาเสียเลย
สภาพชีวเคมีของร่างกายจะเปลี่ยนไป ซึ่งทำให้น้ำหนักลดลง สภาวะนี้ร่างกายจะขจัดน้ำและเกลือออกมา แล้วไปส่งผลกระทบต่อไตแทน คนที่เป็นโรคไตและโรคตับ ซึ่งต้องจำกัดอาหารโปรตีน อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
นอกจากนี้ การที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วเกินไปนั้น อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เป็นลม หมดสติได้
งานวิจัยในสหรัฐอเมริกายังพบว่า การกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะส่งผลให้อารมณ์ไม่ดี เปลี่ยนแปลงง่าย และอาจมีภาวะเศร้าซึมได้ เนื่องจากการขาดคาร์โบไฮเดรต จะทำให้การสร้างฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองลดลง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมการแสดงออกของอารมณ์ นอกจากนี้ การกินอาหารโปรตีนสูง จะทำให้กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ขี้รำคาญ กระสับกระส่าย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า แม้การกินอาหาร Low-carb จะลดน้ำหนักได้รวดเร็วทันใจก็จริง แต่คงไม่มีประโยชน์หากน้ำหนักลดลง แต่สุขภาพแย่
อย่างไรก็ตาม สาวกของ Atkins และ South Beach หลายรายที่บอกว่า กินตามคัมภีร์นี้มานานหลายปี ไม่เห็นมีปัญหาต่อสุขภาพแต่อย่างใด แถมยังมีงานวิจัยออกมาสนับสนุนด้วยว่า กินแบบนี้ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง แต่ประเด็นนี้ แพทย์ท่านอื่นก็เถียงว่า เวลาที่น้ำหนักลดลง ระดับไตรกลีเซอไรด์ก็จะลดลงอยู่แล้ว
จากงานวิจัยพบว่า หากเป็นในระยะสั้น การลดน้ำหนักด้วยวิธีกินอาหารโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ จะได้เปรียบกว่า เพราะน้ำหนักลดลงมากกว่าและเร็วกว่า แต่หากเทียบผลในระยะยาวแล้ว น้ำหนักที่ลดลงไม่แตกต่างจากการลดน้ำหนักด้วยวิธีเดิม คือควบคุมทั้งคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
หลักการลดน้ำหนัก คือการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย พูดง่าย แต่หลายคนบอกว่า ทำยาก ดังนั้นคนอ้วนใจร้อนจึงมองหาวิธีที่ไปถึงจุดหมายได้เร็วที่สุด
ตำราลดน้ำหนักที่ขายดิบขายดีในช่วงหลายปีมานี้ คือตำราว่าด้วยเรื่องอาหารโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า อาหาร Low-carb เช่น “Dr. Atkins’ New Diet Revolution” ของ ดร.โรเบิร์ต แอตกินส์ และ “South Beach Diet” ของ ดร.อาร์เธอร์ อากัตสตัน
อาหาร Low-carb สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศมีวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตบ้างแล้ว ก่อนจะซื้ออย่าลืมอ่านฉลากให้ดี เพราะคาร์โบไฮเดรตต่ำจริง แต่บางอย่างไขมันสูงกว่าอาหารทั่วไปเสียอีก
สูตรของ Atkins ที่ออกมาตอนแรก ให้กินไขมันได้ไม่จำกัด จนกระทั่งโดนโจมตีหนักเข้า จึงยอมปรับสูตรให้กินไขมันน้อยลงหน่อย
อาหารโปรตีนสูงที่ตามตำราให้กินได้ไม่จำกัด ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งไข่ ส่วนอาหารคาร์โบไฮเดรตที่ต้องจำกัด คือ ข้าว แป้ง น้ำตาล รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรตที่ดีอย่างผัก ผลไม้ ธัญพืช รวมทั้งนมด้วย
ปกติร่างกายจะเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเพื่อใช้เป็นพลังงาน การจำกัดคาร์โบไฮเดรต ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ร่างกายจึงต้องดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทน
การสลายไขมันทำให้กรดไขมันในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น และมีการสร้างสารคีโตนออกมามาก สารคีโตนในเลือดจะยับยั้งความอยากอาหาร จึงทำให้กินอาหารได้น้อยลง แม้วิธีนี้จะทำให้น้ำหนักลดลงได้จริง แต่ผลข้างเคียงของการมีสารคีโตนมากๆ ก็คือ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ แถมลมหายใจยังมีกลิ่นทะแม่งๆ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคัดค้านการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ โดยบอกว่าเป็นวิธีที่ไม่ปลอดภัยในระยะยาว อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ดังนี้
อาหาร Low-carb สำเร็จรูป
1.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ
อาหารโปรตีนสูง โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์จะมีกรดไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง แถมยังมีใยอาหารต่ำ กากใยอาหารที่ช่วยพาคอเลสเตอรอลออกจากร่างกายจึงไม่มี นอกจากนี้ การกินเนื้อสัตว์มากยังทำให้ระดับโฮโมซีสเตอีนและธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากขึ้น ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนั้นเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ
2.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
อาหารประเภทผัก ผลไม้ ถั่ว เมล็ดธัญพืช มีกากใยสูง และยังมีวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวก่อมะเร็ง รวมทั้งยังมีไขมันต่ำ การจำกัดอาหารเหล่านี้ และหันไปกินอาหารโปรตีนสูง นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งแล้ว ยังทำให้ท้องผูกอีกด้วย
3.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเกาต์
อาหารที่มีโปรตีนสูง มักมีสารพิวรีนสูง ซึ่งจะถูกสลายเป็นกรดยูริกในร่างกาย หากร่างกายมีกรดยูริกสูง ก็จะนำไปสู่โรคเก๊าต์ได้
4.ความดันโลหิตสูงขึ้น
อาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เป็นอาหารที่ช่วยลดความดันโลหิต เนื่องจากมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ส่วนอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ นอกจากจะไม่มีแร่ธาตุดังกล่าวแล้ว ยังมักไม่จำกัดปริมาณเกลือ ทำให้ความดันสูงขึ้นได้
5.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุน
การกินอาหารโปรตีนสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์จะทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมในปัสสาวะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้
6.เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นนิ่วในไต
อาหารโปรตีนสูงมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการตกตะกอนของกรดยูริกและแคลเซียมออกซาเลต ทำให้เกิดนิ่วในไตได้
7.หากกินแต่อาหารโปรตีนสูงโดยไม่มีคาร์โบไฮเดรตเอาเสียเลย
สภาพชีวเคมีของร่างกายจะเปลี่ยนไป ซึ่งทำให้น้ำหนักลดลง สภาวะนี้ร่างกายจะขจัดน้ำและเกลือออกมา แล้วไปส่งผลกระทบต่อไตแทน คนที่เป็นโรคไตและโรคตับ ซึ่งต้องจำกัดอาหารโปรตีน อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
นอกจากนี้ การที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วเกินไปนั้น อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เป็นลม หมดสติได้
งานวิจัยในสหรัฐอเมริกายังพบว่า การกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะส่งผลให้อารมณ์ไม่ดี เปลี่ยนแปลงง่าย และอาจมีภาวะเศร้าซึมได้ เนื่องจากการขาดคาร์โบไฮเดรต จะทำให้การสร้างฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองลดลง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีส่วนสำคัญในการควบคุมการแสดงออกของอารมณ์ นอกจากนี้ การกินอาหารโปรตีนสูง จะทำให้กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ขี้รำคาญ กระสับกระส่าย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า แม้การกินอาหาร Low-carb จะลดน้ำหนักได้รวดเร็วทันใจก็จริง แต่คงไม่มีประโยชน์หากน้ำหนักลดลง แต่สุขภาพแย่
อย่างไรก็ตาม สาวกของ Atkins และ South Beach หลายรายที่บอกว่า กินตามคัมภีร์นี้มานานหลายปี ไม่เห็นมีปัญหาต่อสุขภาพแต่อย่างใด แถมยังมีงานวิจัยออกมาสนับสนุนด้วยว่า กินแบบนี้ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง แต่ประเด็นนี้ แพทย์ท่านอื่นก็เถียงว่า เวลาที่น้ำหนักลดลง ระดับไตรกลีเซอไรด์ก็จะลดลงอยู่แล้ว
จากงานวิจัยพบว่า หากเป็นในระยะสั้น การลดน้ำหนักด้วยวิธีกินอาหารโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ จะได้เปรียบกว่า เพราะน้ำหนักลดลงมากกว่าและเร็วกว่า แต่หากเทียบผลในระยะยาวแล้ว น้ำหนักที่ลดลงไม่แตกต่างจากการลดน้ำหนักด้วยวิธีเดิม คือควบคุมทั้งคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
สูตรลดความอ้วน (South Beach Diet)
สูตรลดความอ้วน (South Beach Diet)
Dr. Arthur Agatston เป็นคุณหมอเจ้าของทฤษฎีนี้ ซึ่งพักอยู่แถว ๆ South Florida ใครก็รู้ว่าเป็นย่านที่มีหาดทรายสวย ชื่อดังไปทั่วโลก เลยเป็นที่มาในการตั้งชื่อสูตรให้ดูเก๋ไก๋เล่น ๆ
พื้นฐานของแนวคิดนี้อยู่ที่ว่า ไอ้คนเราที่อ้วนขึ้นมานี้ ก็เป็นเพราะระดับของน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะสูงขึ้นเมื่อคุณกินพวกคาร์โบไฮเดรตมาก ๆ แล้วทำให้ร่างการผลิตอินซูลินออกมา กวาดล้างน้ำตาลทั้งหลายให้กลายเป็นไขมันสะสมไว้ในร่างกายของเรา
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้เกิดแนวคิดการทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ ๆ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในสภาพสมดุล ทำให้คนเราผอมลงมาได้ ทั้ง Atkin และ South Beach Diets ต่างก็วางอยู่บนแนวคิดพื้นฐานนี้
ดูอย่างนี้ทั้งสองวิธีก็ไม่แตกต่างกันเท่าไร แต่ South Beach ซึ่งมาทีหลังเห็นว่า Atkin Diet นี้ค่อนข้างมีจุดอ่อนอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ Atkin ปฏิเสธคาร์โบไฮเดรตในระดับที่รุนแรง แต่ South Beach ยอมรับว่า สามารถกินคาร์โบไฮเดรตได้หลังจาก 2 อาทิตย์ที่เข้าโปรแกรม ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตที่กินควรจะมีอิทธิพลต่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยพิจารณาจาก ดัชนี ไกลซีมิค (Glycemic Index) นั้นเอง
ดังนั้นคาร์โบไฮเดรตก็แบ่งออกเป็นพวก คาร์โบไฮเดรตตัวดี เช่น ผลไม้ ผัก และบรรดาถั่วต่าง ๆ และคาร์โบไฮเดรตตัวร้าย เช่น แป้งขัดขาว หรือน้ำตาล เป็นต้น
ประเด็นที่สอง ด้วยความกังวลว่าหากคนกินโปรตีนและไขมันเยอะ ๆ ตาม Atkin Diet อาจจะเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันได้ เพราะกินพวกไขมันอิ่มตัวเข้าไปมาก ๆ ซึ่งไขมันพวกนี้จะมีมากในเนื้อสัตว์ หากกินแบบไม่บันยะบันยัง อาจจะอายุไม่ยืน South Beach Diet พยายามเน้นไปที่การกินไขมันชนิดดี คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน โดยให้เลือกกินพวกเนื้อสัตว์ที่ไม่มีมัน กินเนื้อปลา รวมถึงน้ำมัน โอลีฟ และ คาโนลา
ดูไปแล้ว South Beach ดูจะเป็นห่วงสุขภาพของเรามากกว่า Atkin ไม่ได้เพียงแค่คำนึงถึงความผอมแต่อย่างเดียว แต่ต้องเป็นผอมที่ดีต่อสุขภาพด้วย สำหรับ South Beach Diet สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ
(1) ช่วงที่ 1 - ขอเรียกว่าช่วงหักดิบคาร์โบไฮเดรตแหละกัน ช่วงนี้มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ ห้ามกินเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า เค๊ก คุ๊กกี้ น้ำตาล แอลกอฮอล์ หรืออื่น ๆที่เป็นแป้งและน้ำตาล เน้นให้กินพวกเนื้อต่าง ๆ แต่ขอให้เอาไขมันออก นอกจากนี้ยังสามารถกินไข่ไม่จำกัดจำนวน ของหวานที่ปราศจากน้ำตาล ถั่วต่าง ๆ และชีสที่น่ากินทั้งหลาย น้ำชา กาแฟ ก็กินได้ (แต่ห้ามใส่น้ำตาลนะ) ช่วงนี้จะสามารถลดได้ประมาณ 8-13 ปอนด์ ใน 2 อาทิตย์แรก
(2) ช่วงที่ 2 - ขอเรียกว่า ช่วงระยะฟื้นฟู หลังจาก 2 อาทิตย์แรกผ่านไปให้ค่อย ๆ หันกลับมากินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่ก็อย่างที่บอกคือ เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดตัวดี หรือมีค่าดัชนีไกลซีมิคต่ำช่วงนี้น่าจะลดได้ประมาณ 1-2 ปอนด์ต่อสัปดาห์
(3) ช่วงที่ 3 - เรียกว่า ช่วงรักษาน้ำหนัก เมื่อน้ำหนักคุณลดลงจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ก็เข้าสู่ช่วงที่ 3 ซึ่งช่วงนี้จะเป็นเรียนรู้การกินแบบปกติในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ใช้ไปกินแบบกินล้างกินผลาญแบบเดิมๆอีก
วิธีของ South Beach Diet มีข้อดีคือไม่ต้องมานั่งอดอาหาร เพราะการอดมักจะทำให้ตบะแตก ข้อดีอีกประการคือ ไม่ต้องห่วงเรื่อง โยโย แอฟเฟก เพราะเรายังคงกินเยอะ ไม่ทำให้ ระบบการเผาผลาญผิดเพี้ยนไป เหมือนกินพวกยาลดหรืออาหารที่มีแคลอรีต่ำมาก ๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย การกินโปรตีนมาก ๆ จะทำให้เกิดของเสีย เป็นกรดยูลิก ซึ่งร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น นอกจากนี้ การขับกรดยูลิกยังมีผลให้ร่างกายไปดึงเอาแคลเซียมออกมาด้วย อาจจะเป็นโรคกระดูกพรุนได้
Dr. Arthur Agatston เป็นคุณหมอเจ้าของทฤษฎีนี้ ซึ่งพักอยู่แถว ๆ South Florida ใครก็รู้ว่าเป็นย่านที่มีหาดทรายสวย ชื่อดังไปทั่วโลก เลยเป็นที่มาในการตั้งชื่อสูตรให้ดูเก๋ไก๋เล่น ๆ
พื้นฐานของแนวคิดนี้อยู่ที่ว่า ไอ้คนเราที่อ้วนขึ้นมานี้ ก็เป็นเพราะระดับของน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะสูงขึ้นเมื่อคุณกินพวกคาร์โบไฮเดรตมาก ๆ แล้วทำให้ร่างการผลิตอินซูลินออกมา กวาดล้างน้ำตาลทั้งหลายให้กลายเป็นไขมันสะสมไว้ในร่างกายของเรา
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้เกิดแนวคิดการทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ ๆ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในสภาพสมดุล ทำให้คนเราผอมลงมาได้ ทั้ง Atkin และ South Beach Diets ต่างก็วางอยู่บนแนวคิดพื้นฐานนี้
ดูอย่างนี้ทั้งสองวิธีก็ไม่แตกต่างกันเท่าไร แต่ South Beach ซึ่งมาทีหลังเห็นว่า Atkin Diet นี้ค่อนข้างมีจุดอ่อนอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ Atkin ปฏิเสธคาร์โบไฮเดรตในระดับที่รุนแรง แต่ South Beach ยอมรับว่า สามารถกินคาร์โบไฮเดรตได้หลังจาก 2 อาทิตย์ที่เข้าโปรแกรม ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตที่กินควรจะมีอิทธิพลต่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยพิจารณาจาก ดัชนี ไกลซีมิค (Glycemic Index) นั้นเอง
ดังนั้นคาร์โบไฮเดรตก็แบ่งออกเป็นพวก คาร์โบไฮเดรตตัวดี เช่น ผลไม้ ผัก และบรรดาถั่วต่าง ๆ และคาร์โบไฮเดรตตัวร้าย เช่น แป้งขัดขาว หรือน้ำตาล เป็นต้น
ประเด็นที่สอง ด้วยความกังวลว่าหากคนกินโปรตีนและไขมันเยอะ ๆ ตาม Atkin Diet อาจจะเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันได้ เพราะกินพวกไขมันอิ่มตัวเข้าไปมาก ๆ ซึ่งไขมันพวกนี้จะมีมากในเนื้อสัตว์ หากกินแบบไม่บันยะบันยัง อาจจะอายุไม่ยืน South Beach Diet พยายามเน้นไปที่การกินไขมันชนิดดี คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน โดยให้เลือกกินพวกเนื้อสัตว์ที่ไม่มีมัน กินเนื้อปลา รวมถึงน้ำมัน โอลีฟ และ คาโนลา
ดูไปแล้ว South Beach ดูจะเป็นห่วงสุขภาพของเรามากกว่า Atkin ไม่ได้เพียงแค่คำนึงถึงความผอมแต่อย่างเดียว แต่ต้องเป็นผอมที่ดีต่อสุขภาพด้วย สำหรับ South Beach Diet สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ
(1) ช่วงที่ 1 - ขอเรียกว่าช่วงหักดิบคาร์โบไฮเดรตแหละกัน ช่วงนี้มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ ห้ามกินเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า เค๊ก คุ๊กกี้ น้ำตาล แอลกอฮอล์ หรืออื่น ๆที่เป็นแป้งและน้ำตาล เน้นให้กินพวกเนื้อต่าง ๆ แต่ขอให้เอาไขมันออก นอกจากนี้ยังสามารถกินไข่ไม่จำกัดจำนวน ของหวานที่ปราศจากน้ำตาล ถั่วต่าง ๆ และชีสที่น่ากินทั้งหลาย น้ำชา กาแฟ ก็กินได้ (แต่ห้ามใส่น้ำตาลนะ) ช่วงนี้จะสามารถลดได้ประมาณ 8-13 ปอนด์ ใน 2 อาทิตย์แรก
(2) ช่วงที่ 2 - ขอเรียกว่า ช่วงระยะฟื้นฟู หลังจาก 2 อาทิตย์แรกผ่านไปให้ค่อย ๆ หันกลับมากินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่ก็อย่างที่บอกคือ เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดตัวดี หรือมีค่าดัชนีไกลซีมิคต่ำช่วงนี้น่าจะลดได้ประมาณ 1-2 ปอนด์ต่อสัปดาห์
(3) ช่วงที่ 3 - เรียกว่า ช่วงรักษาน้ำหนัก เมื่อน้ำหนักคุณลดลงจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ก็เข้าสู่ช่วงที่ 3 ซึ่งช่วงนี้จะเป็นเรียนรู้การกินแบบปกติในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ใช้ไปกินแบบกินล้างกินผลาญแบบเดิมๆอีก
วิธีของ South Beach Diet มีข้อดีคือไม่ต้องมานั่งอดอาหาร เพราะการอดมักจะทำให้ตบะแตก ข้อดีอีกประการคือ ไม่ต้องห่วงเรื่อง โยโย แอฟเฟก เพราะเรายังคงกินเยอะ ไม่ทำให้ ระบบการเผาผลาญผิดเพี้ยนไป เหมือนกินพวกยาลดหรืออาหารที่มีแคลอรีต่ำมาก ๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย การกินโปรตีนมาก ๆ จะทำให้เกิดของเสีย เป็นกรดยูลิก ซึ่งร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น นอกจากนี้ การขับกรดยูลิกยังมีผลให้ร่างกายไปดึงเอาแคลเซียมออกมาด้วย อาจจะเป็นโรคกระดูกพรุนได้
ความเชื่อกับสูตรลดน้ำหนักแบบพิเศษ
ความเชื่อกับสูตรลดน้ำหนักแบบพิเศษ
มีผู้พยายามคิดค้นสูตรการบริโภคอาหารแบบพิเศษต่างๆ ที่แปลกออกไปจากปกติ เพื่อใช้ในการควบคุมน้ำหนัก เป็นที่น่าสังเกตุว่า สูตรการลดน้ำหนักหลายสูตรที่เป็นที่รู้จัก แต่ยังไม่มีบทสรุปผลการวิจัยเรื่องประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก และ ยังไม่มีผลการวิจัยรับรองความปลอดภัยในระยะยาว บทความนี้จะกล่าวโดยสรุปถึงสมมุติฐานที่มาของสูตรการบริโภคอาหารเหล่านี้
The Atkins' Diet
South Beach Diet
The Pritikin Diet
The Zone Diet
The Atkins' Diet
คิดค้นโดย นายแพทย์ Robert C. Atkins เป็นสูตรอาหารที่เน้นให้บริโภคเฉพาะเนื้อสัตว์และไขมันโดยไม่มีการจำกัดปริมาณอาหาร แต่ต้องลดการบริโภคน้ำตาล แป้ง นม ผัก และผลไม้ ให้น้อยที่สุด (low-carb diet)
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
เชื่อว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นต้นเหตุของการมีน้ำหนักตัวเกิน โดยการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหิวและยับยั้งการเผาพลาญไขมัน ดังนั้นการจำกัดการบริโภคแป้ง และน้ำตาลจะทำให้รู้สึกเบื่ออาหารและกระตุ้นให้ร่างกายเผาพลาญไขมันส่วนเกินเป็นพลังงาน ทำให้น้ำหนักตัวลด
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Atkins' Diet
The South Beach Diet
คิดค้นโดยนายแพทย์ Arthur Agatston เป็นสูตรอาหารที่แบ่งเป็น 3 ระยะคือ
ระยะแรก จะเน้นให้บริโภคเนื้อสัตว์ ผัก และไขมันโดยไม่มีการจำกัดปริมาณอาหาร แต่ต้องงดการบริโภคน้ำตาล แป้ง ผลไม้ และแอลกอฮอร์ (low-carb diet) เป็นเวลา 2 สัปดาห์
ระยะที่สอง จะอนุญาตให้ค่อยๆเพิ่มชนิดอาหารที่งดไปในระยะแรกเข้าไปช้าๆจนถึงปริมาณที่คุณพอใจ
ระยะที่สาม ให้คุณคงการบริโภคอาหารลักษณะใหม่นี้ไว้ตลอดชีวิต
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
การบริโภคคาร์โบไฮเดรตจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารและกระตุ้นให้เกิดนิสัยการกินที่ผิดปกติ ดังนั้นในระยะแรกของสูตรอาหาร จึงเน้นให้งดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเพื่อหยุดนิสัยการกินเดิมที่ผิดปกติ แล้วค่อยๆสร้างนิสัยการกินที่ถูกต้องขึ้นใหม่ในระยะที่สอง ก่อนที่จะคงนิสัยการกินใหม่ที่ถูกต้องนี้ไว้ตลอดไป
The Pritikin Diet
คิดค้นโดย Nathan Pritikin เป็นสูตรอาหารที่เน้นให้บริโภคเฉพาะผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช แต่ต้องลดการบริโภคไขมันให้น้อยที่สุด (low-fat diet)
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ดังนั้นการจำกัดการบริโภคไขมันจะทำให้น้ำหนักตัวลด
The Zone Diet
คิดค้นโดย Dr. Barry Sears เป็นสูตรอาหารที่เน้นให้บริโภคคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันพืช ยกเว้น มะพร้าวและปาล์ม ในสัดส่วนที่ให้พลังงานใกล้เคียงกัน โดยคาร์โบไฮเดรตต้องมาจากอาหารจำพวกผักและผลไม้ ต้องเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตจากข้าว แป้ง และให้จำกัดปริมาณของโปรตีนที่บริโภคต่อมื้อ ไม่เกินขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือของแต่ละคน โดยนัยก็คือ จำกัดปริมาณอาหาร ให้บริโภคได้เล็กน้อยต่อวัน นั่นเอง
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
การบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ ส่วนการจำกัดปริมาณอาหารจะทำให้น้ำหนักตัวลดลง
คำแนะนำ
สูตรการบริโภคอาหารที่ดี ควรจะเน้นถึงการควบคุมปริมาณพลังงานที่บริโภคเข้าไป ไม่ให้มากเกินพอดี มากกว่าที่จะเน้นเฉพาะอาหารไขมันต่ำ หรือ คาร์โบไฮเดรตต่ำแต่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง
มีผู้พยายามคิดค้นสูตรการบริโภคอาหารแบบพิเศษต่างๆ ที่แปลกออกไปจากปกติ เพื่อใช้ในการควบคุมน้ำหนัก เป็นที่น่าสังเกตุว่า สูตรการลดน้ำหนักหลายสูตรที่เป็นที่รู้จัก แต่ยังไม่มีบทสรุปผลการวิจัยเรื่องประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก และ ยังไม่มีผลการวิจัยรับรองความปลอดภัยในระยะยาว บทความนี้จะกล่าวโดยสรุปถึงสมมุติฐานที่มาของสูตรการบริโภคอาหารเหล่านี้
The Atkins' Diet
South Beach Diet
The Pritikin Diet
The Zone Diet
The Atkins' Diet
คิดค้นโดย นายแพทย์ Robert C. Atkins เป็นสูตรอาหารที่เน้นให้บริโภคเฉพาะเนื้อสัตว์และไขมันโดยไม่มีการจำกัดปริมาณอาหาร แต่ต้องลดการบริโภคน้ำตาล แป้ง นม ผัก และผลไม้ ให้น้อยที่สุด (low-carb diet)
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
เชื่อว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นต้นเหตุของการมีน้ำหนักตัวเกิน โดยการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหิวและยับยั้งการเผาพลาญไขมัน ดังนั้นการจำกัดการบริโภคแป้ง และน้ำตาลจะทำให้รู้สึกเบื่ออาหารและกระตุ้นให้ร่างกายเผาพลาญไขมันส่วนเกินเป็นพลังงาน ทำให้น้ำหนักตัวลด
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Atkins' Diet
The South Beach Diet
คิดค้นโดยนายแพทย์ Arthur Agatston เป็นสูตรอาหารที่แบ่งเป็น 3 ระยะคือ
ระยะแรก จะเน้นให้บริโภคเนื้อสัตว์ ผัก และไขมันโดยไม่มีการจำกัดปริมาณอาหาร แต่ต้องงดการบริโภคน้ำตาล แป้ง ผลไม้ และแอลกอฮอร์ (low-carb diet) เป็นเวลา 2 สัปดาห์
ระยะที่สอง จะอนุญาตให้ค่อยๆเพิ่มชนิดอาหารที่งดไปในระยะแรกเข้าไปช้าๆจนถึงปริมาณที่คุณพอใจ
ระยะที่สาม ให้คุณคงการบริโภคอาหารลักษณะใหม่นี้ไว้ตลอดชีวิต
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
การบริโภคคาร์โบไฮเดรตจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารและกระตุ้นให้เกิดนิสัยการกินที่ผิดปกติ ดังนั้นในระยะแรกของสูตรอาหาร จึงเน้นให้งดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเพื่อหยุดนิสัยการกินเดิมที่ผิดปกติ แล้วค่อยๆสร้างนิสัยการกินที่ถูกต้องขึ้นใหม่ในระยะที่สอง ก่อนที่จะคงนิสัยการกินใหม่ที่ถูกต้องนี้ไว้ตลอดไป
The Pritikin Diet
คิดค้นโดย Nathan Pritikin เป็นสูตรอาหารที่เน้นให้บริโภคเฉพาะผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช แต่ต้องลดการบริโภคไขมันให้น้อยที่สุด (low-fat diet)
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ดังนั้นการจำกัดการบริโภคไขมันจะทำให้น้ำหนักตัวลด
The Zone Diet
คิดค้นโดย Dr. Barry Sears เป็นสูตรอาหารที่เน้นให้บริโภคคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันพืช ยกเว้น มะพร้าวและปาล์ม ในสัดส่วนที่ให้พลังงานใกล้เคียงกัน โดยคาร์โบไฮเดรตต้องมาจากอาหารจำพวกผักและผลไม้ ต้องเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตจากข้าว แป้ง และให้จำกัดปริมาณของโปรตีนที่บริโภคต่อมื้อ ไม่เกินขนาดประมาณหนึ่งฝ่ามือของแต่ละคน โดยนัยก็คือ จำกัดปริมาณอาหาร ให้บริโภคได้เล็กน้อยต่อวัน นั่นเอง
สมมุติฐานของสูตรอาหาร
การบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ ส่วนการจำกัดปริมาณอาหารจะทำให้น้ำหนักตัวลดลง
คำแนะนำ
สูตรการบริโภคอาหารที่ดี ควรจะเน้นถึงการควบคุมปริมาณพลังงานที่บริโภคเข้าไป ไม่ให้มากเกินพอดี มากกว่าที่จะเน้นเฉพาะอาหารไขมันต่ำ หรือ คาร์โบไฮเดรตต่ำแต่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง
วิธีลดน้ำหนัก South Beach Diet
South Beach Diet
ผู้คิดค้นวิธีการลดน้ำหนักแบบ South Beach Diet คือ ดร. อาเธอร์ อากัสตัน ซึ่งตั้งชื่อจากชายหาดที่มีชื่อเสียงทางใต้ของรัฐฟลอริดา โดยที่ ดร. อาเธอร์ได้บอกไว้ว่า "การไดเอตวิธีนี้จะได้ผลเพราะไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวเองมากนัก คุณจะไม่หิว และมีอาหารอีกมากมายที่สามารถรับประทานได้ ดังนั้นคุณก็ไม่ต้องเบื่อและไม่จำเป็นต้องหยุดควบคุมน้ำหนักเหมือนที่ผ่านมา"
ลักษณะเด่นของ South Beach Diet
1. หลักการง่ายๆอย่างแรกคือ การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อย อย่างเช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ และลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่จะทำให้อ้วน (กรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนจะทำให้ไฟเบอร์หายไปในที่สุด ทำให้เหลือเพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเท่านั้น) เมื่อเรารับประทานอะไรเข้าไปสักอย่าง คาร์โบไฮเดรตในอาหารจะย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาล และน้ำตาลก็จะถูกดูดซับเข้าสู่กระแสเลือด และทำให้เกิดอาการน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้น จากเหตุนี้คนที่เป็นโรคเบาหวานจึงต้องฉีดอินซูลีนเพื่อดึงเอาน้ำตาลออกมา อาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เช่น คอร์นเฟลก ขนมปังขัดขาว และมันฝรั่ง เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง จึงต้องฉีดอินซูลีนในปริมาณที่มากเพื่อให้น้ำตาลในกระแสเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว และคุณก็จะหมดเรี่ยวแรง และในที่สุดก็หิว....จนอดไม่ไหวถึงต้องกินเข้าไปอีก หากเกิดเป็นเช่นนี้ประจำ น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น เพราะการรับประทานที่มากเกินไปนั่นเอง
2. อนุญาตให้รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ เพื่อลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อลูกวัว และเนื้อแกะ เพราะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ส่งผลต่อกระแสเลือดทางเคมี แม้แต่ไข่แดงเองซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน อี และไข่แดงยังสมดุลทั้งคาร์โบไฮเดรตชนิดีและไม่ดีอีกด้วย เนื้อไก่ ไก่งวงและ เนื้อปลา (โดยเฉพาะเนื้อปลาที่มีน้ำมัน เช่นปลาแซลมอน ทูน่า และแมคเคอเรล) เป็นอาหารแนะนำเลยทีเดียว ถ้าหากรับประทานควบคู่กับพืชผักจำพวกถั่ว และชีสชนิดไขมันต่ำกับโยเกิร์ต
3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเฉพาะไขมันที่จำเป็น เช่น น้ำมันโอลีฟ คาโนลา และน้ำมันจากถั่ว และน้ำมันเหล่านี้ยังช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจวายได้อีกด้วย และน้ำมันเหล่านี้หากนำมาปรุงอาหารจะทำให้อาหารดูหรูหราขึ้นมาและยังทำให้เรารู้ว่าการกินครั้งนี้เราจะไม่หิวกิ่วอีกด้วย
4. ความยืดหยุ่นของการไดเอต ให้รับประทานในสิ่งที่อยากรับประทานได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการปรับปรุงเคมีทางเลือดและช่วยให้ลดน้ำหนักไปด้วย และทำให้สามารถลดน้ำหนักได้นานขึ้น นี่หมายถึงตลอดไปนะ ไม่เพียงแค่ 3 เดือนหรือปีเดียว แผนนี้ทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมีความกลมกลืนกับน้ำหนักที่ลดลง และความยืดหยุ่นของร่างกายจะทำการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างง่ายดาย ทำให้เราไม่ต้องพะวงเรื่องของการเหี่ยวย่นอีกต่อไป
5. การไดเอตนั้นต้องขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่เราทานเข้าไปด้วย ซึ่งง่ายมากๆ ส่วนผสมต่างๆก็สามารถหาได้ในซูเปอร์มาเกตหรือในร้านอาหาร และการวางแผนไดเอตครั้งนี้ควรจะมีอาหารว่างระหว่างมื้อด้วย แต่ชนิดของอาหารว่างนั้นก็ควรเป็นชนิดที่ทานหมดไปได้อย่างรวดเร็วคล้ายๆกับอาหารในตอนเช้า หรืออาจจะเป็นจำพวกถั่วก็ได้
6. การไดเอตชนิดนี้ไม่มีสัดส่วนที่ตายตัว แต่หลักๆก็คือการเลือกรับประทานเฉพาะสิ่งที่มีประโยชน์ เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว สัดส่วนต่างๆก็จะตามมาเอง ส่วนการเลือกอาหารนั้นก็คืออาหารที่คุณรับประทานแล้วจะไม่หิวอีกในเวลาอันใกล้ แต่อย่าลืมว่าไขมันบางชนิดก็ไม่ควรไปยุ่งกับมันนะคะ
7. การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว - South Beach Diet สามารถลดได้ถึง 6 กิโลกรัมภายในสองสัปดาห์ คำแนะนำต่างๆก็คือควรลดน้ำหนักและอย่าลืมลดพุงด้วยล่ะ อย่างไรก็ตามน้ำหนักที่ลดลงก็ยังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของแต่ละคนซึ่งจะเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะ สำหรับใครที่น้ำหนักเกินมากๆหรือมีประวัติของครอบครัวที่เป็นเบาหวานจะสามารถลดได้เร็วกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อย
8. พยายามหลีกเลี่ยงการสูญเสียน้ำ ขณะที่ลดปริมาณน้ำตาลในร่างกายและเริ่มเผาผลาญพลังงงาน คุณควรมั่นคงกับการลดน้ำหนักครั้งนี้ การรับประทานผัก ผลไม้เยอะๆ และหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่เริ่มต้นการลดน้ำหนัก และการลดน้ำหนักก็ไม่จำเป็นที่จะต้องลดปริมาณน้ำที่ดื่ม
9. การลดน้ำหนักแบบนี้เป็นการปรับสภาพเลือดทางเคมีไปในตัว และจากผลแลปได้แสดงให้เห็นว่า ไตรกลีเซอไรด์ได้ลดลงขณะที่คอเลสเตอรอลที่จำเป็นยังคงอยู่หรือเพิ่มขึ้น South Beach Diet เป็นการไดเอตเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่แสดงให้เห็นคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่จำเป็นหรือทำให้อ้วนมีจำนวนมาก และคอเลสเตอรอลชนิดนี้ก็จะไปยึดติดกับผนังเส้นเลือดและปิดกั้นการไหลเวียนโลหิต
10. ออกกำลังบ้างอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่การไดเอตแบบนี้ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอะไรมากมาย แต่คุณก็จะน้ำหนักลดลงและเร็วขึ้น หากคุณได้ทำอะไรบ้างไม่เพียงอยู่เฉยๆ ถึงอย่างไรก็ตามถึงคุณไม่ออกกำลังกายแต่น้ำหนักคุณก็ยังคงลดอยู่ดี
คำแนะนำเรื่องอาหาร
การไดเอตแบบนี้จะแบ่งเป็นสามระยะ ในระยะแรกคือลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพื่อที่จะทำให้ร่างกายปรับตัวเพื่อลดปริมาณน้ำตาลในร่างกาย และทำให้ลดปริมาณการฉีดอินซูลีนอีกด้วย
- ระหว่างระยะแรก ให้จดลิสท์รายการอาหารที่ควรงดเว้น รวมไปถึง ขนมปังขัดขาว ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า ผลไม้ นม ขนมหวาน เค้ก บิสกิต ไอศกรีม น้ำตาลและแอลกอฮอล์ ยกเว้น บลอคโคลีและกะหล่ำปลี แต่ควรไปใส่ใจในการรับประทานเนื้อ ไก่ ปลา ไข่ ชีสชนิดไขมันต่ำ ถั่วต่างๆและน้ำมันโอลีฟ ระยะแรกคือ 14 วันค่ะ
- ในระยะที่สอง สิ่งที่รับประทานได้คือผลไม้ ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดธัญพืช พาสต้า และนมไขมันต่ำ อยู่ในระยะที่สองจนกว่าจะถึงน้ำหนักที่คุณต้องการ
- ระยะที่สาม ท้ายที่สุดคุณก็สามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายขึ้น เพื่อให้น้ำหนักคงที่และSouth Beach Diet ก็ควรทำไปเรื่อยจนคุณพอใจเลยทีเดียวค่ะ
ในแต่ละระยะ การรับประทานนั้นไม่มีสัดส่วนที่ตายตัว คุณสามารถทานได้เท่าที่ต้องการ ที่สำคัญคือรับประทานให้ครบสามมื้อและอย่าลืมว่าควรมีอาหารว่างระหว่างมื้อนะคะ เพื่อที่คุณจะไม่ต้องหิวและกินอย่างไม่บันยะบันยัง
น้ำหนักคุณควรลดลง 4-7 กิโลกรัมในสองสัปดาห์แรก และเมื่อเข้าระยะที่สองควรจะหวังลดเพิ่มอีกสัก 1-2 กิโลกรัมค่ะ
ผู้คิดค้นวิธีการลดน้ำหนักแบบ South Beach Diet คือ ดร. อาเธอร์ อากัสตัน ซึ่งตั้งชื่อจากชายหาดที่มีชื่อเสียงทางใต้ของรัฐฟลอริดา โดยที่ ดร. อาเธอร์ได้บอกไว้ว่า "การไดเอตวิธีนี้จะได้ผลเพราะไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวเองมากนัก คุณจะไม่หิว และมีอาหารอีกมากมายที่สามารถรับประทานได้ ดังนั้นคุณก็ไม่ต้องเบื่อและไม่จำเป็นต้องหยุดควบคุมน้ำหนักเหมือนที่ผ่านมา"
ลักษณะเด่นของ South Beach Diet
1. หลักการง่ายๆอย่างแรกคือ การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อย อย่างเช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ และลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่จะทำให้อ้วน (กรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนจะทำให้ไฟเบอร์หายไปในที่สุด ทำให้เหลือเพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเท่านั้น) เมื่อเรารับประทานอะไรเข้าไปสักอย่าง คาร์โบไฮเดรตในอาหารจะย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาล และน้ำตาลก็จะถูกดูดซับเข้าสู่กระแสเลือด และทำให้เกิดอาการน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้น จากเหตุนี้คนที่เป็นโรคเบาหวานจึงต้องฉีดอินซูลีนเพื่อดึงเอาน้ำตาลออกมา อาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เช่น คอร์นเฟลก ขนมปังขัดขาว และมันฝรั่ง เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง จึงต้องฉีดอินซูลีนในปริมาณที่มากเพื่อให้น้ำตาลในกระแสเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว และคุณก็จะหมดเรี่ยวแรง และในที่สุดก็หิว....จนอดไม่ไหวถึงต้องกินเข้าไปอีก หากเกิดเป็นเช่นนี้ประจำ น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น เพราะการรับประทานที่มากเกินไปนั่นเอง
2. อนุญาตให้รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ เพื่อลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อลูกวัว และเนื้อแกะ เพราะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ส่งผลต่อกระแสเลือดทางเคมี แม้แต่ไข่แดงเองซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน อี และไข่แดงยังสมดุลทั้งคาร์โบไฮเดรตชนิดีและไม่ดีอีกด้วย เนื้อไก่ ไก่งวงและ เนื้อปลา (โดยเฉพาะเนื้อปลาที่มีน้ำมัน เช่นปลาแซลมอน ทูน่า และแมคเคอเรล) เป็นอาหารแนะนำเลยทีเดียว ถ้าหากรับประทานควบคู่กับพืชผักจำพวกถั่ว และชีสชนิดไขมันต่ำกับโยเกิร์ต
3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเฉพาะไขมันที่จำเป็น เช่น น้ำมันโอลีฟ คาโนลา และน้ำมันจากถั่ว และน้ำมันเหล่านี้ยังช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจวายได้อีกด้วย และน้ำมันเหล่านี้หากนำมาปรุงอาหารจะทำให้อาหารดูหรูหราขึ้นมาและยังทำให้เรารู้ว่าการกินครั้งนี้เราจะไม่หิวกิ่วอีกด้วย
4. ความยืดหยุ่นของการไดเอต ให้รับประทานในสิ่งที่อยากรับประทานได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการปรับปรุงเคมีทางเลือดและช่วยให้ลดน้ำหนักไปด้วย และทำให้สามารถลดน้ำหนักได้นานขึ้น นี่หมายถึงตลอดไปนะ ไม่เพียงแค่ 3 เดือนหรือปีเดียว แผนนี้ทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมีความกลมกลืนกับน้ำหนักที่ลดลง และความยืดหยุ่นของร่างกายจะทำการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างง่ายดาย ทำให้เราไม่ต้องพะวงเรื่องของการเหี่ยวย่นอีกต่อไป
5. การไดเอตนั้นต้องขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่เราทานเข้าไปด้วย ซึ่งง่ายมากๆ ส่วนผสมต่างๆก็สามารถหาได้ในซูเปอร์มาเกตหรือในร้านอาหาร และการวางแผนไดเอตครั้งนี้ควรจะมีอาหารว่างระหว่างมื้อด้วย แต่ชนิดของอาหารว่างนั้นก็ควรเป็นชนิดที่ทานหมดไปได้อย่างรวดเร็วคล้ายๆกับอาหารในตอนเช้า หรืออาจจะเป็นจำพวกถั่วก็ได้
6. การไดเอตชนิดนี้ไม่มีสัดส่วนที่ตายตัว แต่หลักๆก็คือการเลือกรับประทานเฉพาะสิ่งที่มีประโยชน์ เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว สัดส่วนต่างๆก็จะตามมาเอง ส่วนการเลือกอาหารนั้นก็คืออาหารที่คุณรับประทานแล้วจะไม่หิวอีกในเวลาอันใกล้ แต่อย่าลืมว่าไขมันบางชนิดก็ไม่ควรไปยุ่งกับมันนะคะ
7. การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว - South Beach Diet สามารถลดได้ถึง 6 กิโลกรัมภายในสองสัปดาห์ คำแนะนำต่างๆก็คือควรลดน้ำหนักและอย่าลืมลดพุงด้วยล่ะ อย่างไรก็ตามน้ำหนักที่ลดลงก็ยังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของแต่ละคนซึ่งจะเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะ สำหรับใครที่น้ำหนักเกินมากๆหรือมีประวัติของครอบครัวที่เป็นเบาหวานจะสามารถลดได้เร็วกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อย
8. พยายามหลีกเลี่ยงการสูญเสียน้ำ ขณะที่ลดปริมาณน้ำตาลในร่างกายและเริ่มเผาผลาญพลังงงาน คุณควรมั่นคงกับการลดน้ำหนักครั้งนี้ การรับประทานผัก ผลไม้เยอะๆ และหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่เริ่มต้นการลดน้ำหนัก และการลดน้ำหนักก็ไม่จำเป็นที่จะต้องลดปริมาณน้ำที่ดื่ม
9. การลดน้ำหนักแบบนี้เป็นการปรับสภาพเลือดทางเคมีไปในตัว และจากผลแลปได้แสดงให้เห็นว่า ไตรกลีเซอไรด์ได้ลดลงขณะที่คอเลสเตอรอลที่จำเป็นยังคงอยู่หรือเพิ่มขึ้น South Beach Diet เป็นการไดเอตเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่แสดงให้เห็นคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่จำเป็นหรือทำให้อ้วนมีจำนวนมาก และคอเลสเตอรอลชนิดนี้ก็จะไปยึดติดกับผนังเส้นเลือดและปิดกั้นการไหลเวียนโลหิต
10. ออกกำลังบ้างอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่การไดเอตแบบนี้ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอะไรมากมาย แต่คุณก็จะน้ำหนักลดลงและเร็วขึ้น หากคุณได้ทำอะไรบ้างไม่เพียงอยู่เฉยๆ ถึงอย่างไรก็ตามถึงคุณไม่ออกกำลังกายแต่น้ำหนักคุณก็ยังคงลดอยู่ดี
คำแนะนำเรื่องอาหาร
การไดเอตแบบนี้จะแบ่งเป็นสามระยะ ในระยะแรกคือลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพื่อที่จะทำให้ร่างกายปรับตัวเพื่อลดปริมาณน้ำตาลในร่างกาย และทำให้ลดปริมาณการฉีดอินซูลีนอีกด้วย
- ระหว่างระยะแรก ให้จดลิสท์รายการอาหารที่ควรงดเว้น รวมไปถึง ขนมปังขัดขาว ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า ผลไม้ นม ขนมหวาน เค้ก บิสกิต ไอศกรีม น้ำตาลและแอลกอฮอล์ ยกเว้น บลอคโคลีและกะหล่ำปลี แต่ควรไปใส่ใจในการรับประทานเนื้อ ไก่ ปลา ไข่ ชีสชนิดไขมันต่ำ ถั่วต่างๆและน้ำมันโอลีฟ ระยะแรกคือ 14 วันค่ะ
- ในระยะที่สอง สิ่งที่รับประทานได้คือผลไม้ ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดธัญพืช พาสต้า และนมไขมันต่ำ อยู่ในระยะที่สองจนกว่าจะถึงน้ำหนักที่คุณต้องการ
- ระยะที่สาม ท้ายที่สุดคุณก็สามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายขึ้น เพื่อให้น้ำหนักคงที่และSouth Beach Diet ก็ควรทำไปเรื่อยจนคุณพอใจเลยทีเดียวค่ะ
ในแต่ละระยะ การรับประทานนั้นไม่มีสัดส่วนที่ตายตัว คุณสามารถทานได้เท่าที่ต้องการ ที่สำคัญคือรับประทานให้ครบสามมื้อและอย่าลืมว่าควรมีอาหารว่างระหว่างมื้อนะคะ เพื่อที่คุณจะไม่ต้องหิวและกินอย่างไม่บันยะบันยัง
น้ำหนักคุณควรลดลง 4-7 กิโลกรัมในสองสัปดาห์แรก และเมื่อเข้าระยะที่สองควรจะหวังลดเพิ่มอีกสัก 1-2 กิโลกรัมค่ะ
South Beach Diet
South Beach Diet
เอาละครับ ตอนนี้ผมจะมาเล่าเรื่องวิธีการกินอีกแบบหนึ่งที่เป็น low-carb diets (การกินคาร์โบไฮเดรตต่ำๆ) นอกเหนือจาก Atkin diet ที่เคยเล่าให้ฟังกันไปในตอนก่อนๆ นั้นคือ South Beach Diet ซึ่งเป็นที่นิยมกันเหลือเกินในอเมริกา ไม่แพ้กัน แม้แต่ตัว อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน เอง ยังเข้าคอร์สนี้เพื่อลดน้ำหนักเลยครับ
Dr. Arthur Agatston เป็นคุณหมอเจ้าทฤษฎีนี้ ซึ่งนิวาสสถานของพี่แกอยู่แถวๆ South Florida ใครก็รู้ว่าเป็นย่านที่มีหาดทรายสวย ชื่อดังไปทั่วโลก เลยเป็นที่มาในการตั้งชื่อสูตรให้ดูเก๋ไก๋เล่นๆโก้ๆ
พื้นฐานของแนวคิดนี้อยู่ที่ว่า ไอ้คนเราที่อ้วนขึ้นมานี้ ก็เป็นเพราะระดับของน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะสูงขึ้นเมื่อคุณกินพวกคาร์โบไฮเดรตมากๆ แล้วทำให้ร่างการผลิตอินซูลินออกมา กวาดล้างน้ำตาลทั้งหลายให้กลายเป็นไขมันสะสมไว้ในร่างกายของเรา (รายละเอียดอ่าน กินแป้งอย่างไร ไม่ให้อ้วน)
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้เกิดแนวคิดการทานคาร์โบไฮเดรตต่ำๆ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในสภาพสมดุล ทำให้คนเราผอมลงมาได้ ทั้ง Atkin และ South Beach diets ต่างก็วางอยู่บนแนวคิดพื้นฐานนี้
ดูอย่างนี้ทั้งสองวิธีก็ไม่แตกต่างกันเท่าไร แต่ South Beach ซึ่งมาทีหลังเห็นว่า Atkin diet นี้ค่อนข้างมีจุดอ่อนอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ Atkin ปฏิเสธคาร์โบไฮเดรตในระดับที่รุนแรง แต่ South Beach ยอมรับว่า สามารถกินคาร์โบไฮเดรตได้หลังจาก 2 อาทิตย์ที่เข้าโปรแกรม ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตที่กินควรจะมีอิทธิพลต่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยพิจารณาจาก ดัชนี ไกลซีมิค (Glycemic Index) นั้นเอง
ดังนั้นคาร์โบไฮเดรตก็แบ่งออกเป็นพวก คาร์โบไฮเดรตตัวดี เช่น ผลไม้ ผัก และบรรดาถั่วต่างๆ และคาร์โบไฮเดรตตัวร้าย เช่น แป้งขัดขาว หรือน้ำตาล เป็นต้น
ประเด็นที่สอง ด้วยความกังวลว่าหากคนกินโปรตีนและไขมันเยอะๆ ตาม Atkin diet อาจจะเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันได้ เพราะกินพวกไขมันอิ่มตัวเข้าไปมากๆ ซึ่งไขมันพวกนี้จะมีมากในเนื้อสัตว์ หากกินแบบไม่บันยะบันยัง อาจจะอายุไม่ยืน South Beach diet พยายามเน้นไปที่การกินไขมันชนิดดี คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน โดยให้เลือกกินพวกเนื้อสัตว์ที่ไม่มีมัน กินเนื้อปลา รวมถึงน้ำมัน โอลีฟ และ คาโนลา
ดูไปแล้ว South Beach ดูจะเป็นห่วงสุขภาพของเรามากกว่า Atkin ไม่ได้เพียงแค่คำนึงถึงความผอมแต่อย่างเดียว แต่ต้องเป็นผอมที่ดีต่อสุขภาพด้วย
สำหรับ South Beach diet สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ
(1) ช่วงที่ 1 - ขอเรียกว่าช่วงหักดิบคาร์โบไฮเดรตแหละกัน ช่วงนี้มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ ห้ามกินเลยครับไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า เค๊ก คุ๊กกี้ น้ำตาล แอลกอฮอล์ หรืออื่นๆที่เป็นแป้งและน้ำตาล เน้นให้กินพวกเนื้อต่างๆ แต่ขอให้เอาไขมันออก นอกจากนี้ยังสามารถกินไข่ไม่จำกัดจำนวน ของหวานที่ปราศจากน้ำตาล ถั่วๆต่างๆ และชีสที่น่ากินทั้งหลาย น้ำชา กาแฟ ก็กินได้ (แต่ห้ามใส่น้ำตาลนะ) ช่วงนี้จะสามารถลดได้ประมาณ 8-13 ปอนด์ ใน 2 อาทิตย์แรก
(2) ช่วงที่ 2 - ขอเรียกว่า ช่วงระยะฟื้นฟู หลังจาก 2 อาทิตย์แรกผ่านไปให้ค่อยๆหันกลับมากินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่ก็อย่างที่บอกคือ เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดตัวดี หรือมีค่าดัชนีไกลซีมิคต่ำช่วงนี้น่าจะลดได้ประมาณ 1-2 ปอนด์ต่อสัปดาห์
(3) ช่วงที่ 3 - เรียกว่า ช่วงรักษาน้ำหนัก เมื่อน้ำหนักคุณลดลงจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ก็เข้าสู่ช่วงที่ 3 ซึ่งช่วงนี้จะเป็นเรียนรู้การกินแบบปกติในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ใช้ไปกินแบบกินล้างกินผลาญแบบเดิมๆอีก
วิธีของ South Beach diet มีข้อดีคือไม่ต้องมานั่งอดอาหาร เพราะการอดมักจะทำให้ตบะแตก ข้อดีอีกประการคือ ไม่ต้องห่วงเรื่อง โยโย แอฟเฟก เพราะเรายังคงกินเยอะ ไม่ทำให้ ระบบการเผาผลาญผิดเพี้ยนไป เหมือนกินพวกยาลดหรืออาหารที่มีแคลอรีต่ำมากๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย การกินโปรตีนมากๆ จะทำให้เกิดของเสีย เป็นกรดยูลิก ซึ่งร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น นอกจากนี้ การขับกรดยูลิกยังมีผลให้ร่างกายไปดึงเอาแคลเซียมออกมาด้วย อาจจะเป็นโรคกระดูกพรุนได้
ความคิดผม South Beach diet น่าจะเหมาะสมกว่า Atkin diet ในแง่ของผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
เอาละครับ ตอนนี้ผมจะมาเล่าเรื่องวิธีการกินอีกแบบหนึ่งที่เป็น low-carb diets (การกินคาร์โบไฮเดรตต่ำๆ) นอกเหนือจาก Atkin diet ที่เคยเล่าให้ฟังกันไปในตอนก่อนๆ นั้นคือ South Beach Diet ซึ่งเป็นที่นิยมกันเหลือเกินในอเมริกา ไม่แพ้กัน แม้แต่ตัว อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน เอง ยังเข้าคอร์สนี้เพื่อลดน้ำหนักเลยครับ
Dr. Arthur Agatston เป็นคุณหมอเจ้าทฤษฎีนี้ ซึ่งนิวาสสถานของพี่แกอยู่แถวๆ South Florida ใครก็รู้ว่าเป็นย่านที่มีหาดทรายสวย ชื่อดังไปทั่วโลก เลยเป็นที่มาในการตั้งชื่อสูตรให้ดูเก๋ไก๋เล่นๆโก้ๆ
พื้นฐานของแนวคิดนี้อยู่ที่ว่า ไอ้คนเราที่อ้วนขึ้นมานี้ ก็เป็นเพราะระดับของน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะสูงขึ้นเมื่อคุณกินพวกคาร์โบไฮเดรตมากๆ แล้วทำให้ร่างการผลิตอินซูลินออกมา กวาดล้างน้ำตาลทั้งหลายให้กลายเป็นไขมันสะสมไว้ในร่างกายของเรา (รายละเอียดอ่าน กินแป้งอย่างไร ไม่ให้อ้วน)
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้เกิดแนวคิดการทานคาร์โบไฮเดรตต่ำๆ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในสภาพสมดุล ทำให้คนเราผอมลงมาได้ ทั้ง Atkin และ South Beach diets ต่างก็วางอยู่บนแนวคิดพื้นฐานนี้
ดูอย่างนี้ทั้งสองวิธีก็ไม่แตกต่างกันเท่าไร แต่ South Beach ซึ่งมาทีหลังเห็นว่า Atkin diet นี้ค่อนข้างมีจุดอ่อนอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ Atkin ปฏิเสธคาร์โบไฮเดรตในระดับที่รุนแรง แต่ South Beach ยอมรับว่า สามารถกินคาร์โบไฮเดรตได้หลังจาก 2 อาทิตย์ที่เข้าโปรแกรม ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตที่กินควรจะมีอิทธิพลต่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยพิจารณาจาก ดัชนี ไกลซีมิค (Glycemic Index) นั้นเอง
ดังนั้นคาร์โบไฮเดรตก็แบ่งออกเป็นพวก คาร์โบไฮเดรตตัวดี เช่น ผลไม้ ผัก และบรรดาถั่วต่างๆ และคาร์โบไฮเดรตตัวร้าย เช่น แป้งขัดขาว หรือน้ำตาล เป็นต้น
ประเด็นที่สอง ด้วยความกังวลว่าหากคนกินโปรตีนและไขมันเยอะๆ ตาม Atkin diet อาจจะเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันได้ เพราะกินพวกไขมันอิ่มตัวเข้าไปมากๆ ซึ่งไขมันพวกนี้จะมีมากในเนื้อสัตว์ หากกินแบบไม่บันยะบันยัง อาจจะอายุไม่ยืน South Beach diet พยายามเน้นไปที่การกินไขมันชนิดดี คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน โดยให้เลือกกินพวกเนื้อสัตว์ที่ไม่มีมัน กินเนื้อปลา รวมถึงน้ำมัน โอลีฟ และ คาโนลา
ดูไปแล้ว South Beach ดูจะเป็นห่วงสุขภาพของเรามากกว่า Atkin ไม่ได้เพียงแค่คำนึงถึงความผอมแต่อย่างเดียว แต่ต้องเป็นผอมที่ดีต่อสุขภาพด้วย
สำหรับ South Beach diet สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ
(1) ช่วงที่ 1 - ขอเรียกว่าช่วงหักดิบคาร์โบไฮเดรตแหละกัน ช่วงนี้มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ ห้ามกินเลยครับไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า เค๊ก คุ๊กกี้ น้ำตาล แอลกอฮอล์ หรืออื่นๆที่เป็นแป้งและน้ำตาล เน้นให้กินพวกเนื้อต่างๆ แต่ขอให้เอาไขมันออก นอกจากนี้ยังสามารถกินไข่ไม่จำกัดจำนวน ของหวานที่ปราศจากน้ำตาล ถั่วๆต่างๆ และชีสที่น่ากินทั้งหลาย น้ำชา กาแฟ ก็กินได้ (แต่ห้ามใส่น้ำตาลนะ) ช่วงนี้จะสามารถลดได้ประมาณ 8-13 ปอนด์ ใน 2 อาทิตย์แรก
(2) ช่วงที่ 2 - ขอเรียกว่า ช่วงระยะฟื้นฟู หลังจาก 2 อาทิตย์แรกผ่านไปให้ค่อยๆหันกลับมากินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่ก็อย่างที่บอกคือ เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดตัวดี หรือมีค่าดัชนีไกลซีมิคต่ำช่วงนี้น่าจะลดได้ประมาณ 1-2 ปอนด์ต่อสัปดาห์
(3) ช่วงที่ 3 - เรียกว่า ช่วงรักษาน้ำหนัก เมื่อน้ำหนักคุณลดลงจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ก็เข้าสู่ช่วงที่ 3 ซึ่งช่วงนี้จะเป็นเรียนรู้การกินแบบปกติในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ใช้ไปกินแบบกินล้างกินผลาญแบบเดิมๆอีก
วิธีของ South Beach diet มีข้อดีคือไม่ต้องมานั่งอดอาหาร เพราะการอดมักจะทำให้ตบะแตก ข้อดีอีกประการคือ ไม่ต้องห่วงเรื่อง โยโย แอฟเฟก เพราะเรายังคงกินเยอะ ไม่ทำให้ ระบบการเผาผลาญผิดเพี้ยนไป เหมือนกินพวกยาลดหรืออาหารที่มีแคลอรีต่ำมากๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย การกินโปรตีนมากๆ จะทำให้เกิดของเสีย เป็นกรดยูลิก ซึ่งร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น นอกจากนี้ การขับกรดยูลิกยังมีผลให้ร่างกายไปดึงเอาแคลเซียมออกมาด้วย อาจจะเป็นโรคกระดูกพรุนได้
ความคิดผม South Beach diet น่าจะเหมาะสมกว่า Atkin diet ในแง่ของผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
Subscribe to:
Posts (Atom)
Copyright 2007 - 2013 © South Beach Diet. South Beach Diet for Free, South Beach Diet Recipies, Weight Loss Programs, South Beach Diet Plan, Atkins Diet, Food List for South Beach Diet, South Beach Diet Work, Low Carbohydrate Diet, Low Carb Diet, South Beach Diet Online, South Beach Diet Safe, South Beach Diet Success Stories, and South Beach Diet Pros and Cons. All Rights Reserved. Information on this web site is provided for informational purposes only.